วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

PTSUT welcomes friends from German

Kitchana Kaewkaen
Master degree Physical Therapy Student, Khonkaen University, Thailand 
and President of PTSUT 2010. E-mai : Ultranawin@gmail.com


          Physical Therapy Student Union of Thailand (PTSUT) is a group of undergraduate PT students in Thailand. The aims are to create uniformity among students of 16 PT schools in Thailand and help each other solving professional problems as students. PTSUT works with PT student networks in each university. In addition PTSUT collaborates with other student associations like National Council of Thai Medical Students (NCTMS), Dental Student Union of Thailand (DSUT), Pharmacy Student Union of Thailand (PSUT), Nursing Student Union of Thailand and Thailand Public Health and Health Science Student Association. Internationally, PTSUT collaborates with Asia Physical Therapy Student Association (APTSA). 

          After APTSA collaborated with World Wide Physical Therapy Student Network (WWPTSN), PTSUT was connected with friends from Germany. "Mr. Ralf Kraft and Mr. Cornelius Boettcher" came to see how the System of Physical Therapy education is working in Thailand... That's good news for PTSUT to welcome friends from other countries. So the two Germans visited Mahidol University and KhonKaen University.

          When they arrived in Thailand, PTSUT send the international relations department to welcome them and to be a host for visiting at Faculty of Physical Therapy, Mahidol University. After their arrival, Mr. Ralf Kraft and Mr. Cornelius Bottcher went to observe how Physical Therapists work in PT Clinic and exchanged information about clinical practice for Physical Therapy Students in Germany. Then, there was a discussion held about the difference between these two countries.



          After finishing the activities at Mahidol University, our German guests went to visit the Physical Therapy Department, Faculty of Associated Medical Science, KhonKaen University. On the first day, they went to have some clinical practice with PT students at the clinic. They had a discussion about how different some techniques are and shared experiences together, "I teach you and you teach me". And then Mr. Ralf Kraft did a  presentation about Physical Therapy  in Germany and some extra curricular activities of their PT students. Many PT students attended that class and asked many questions. The representative from Thailand, Mr.Kitchana Kaewkaen who was a president of PTSUT 2010,  presented about all the activities of Physical Therapy Student Union of Thailand (PTSUT) and Asia Physical Therapy Student Association (APTSA). After the presentation, we had a discussion about the European Network for academic Physical Therapy Student (ENAPT) which Mr. Ralf Kraft was a co-founder of. This is a first step of relationship between PTSUT, APTSA and ENAPT.


           The second day in KhonKaen, Mr. Ralf Kraft and Mr. Cornelius Bottcher went to visit Physical Therapists working in Srinagarind hospital and observed the 3rd year Physical Therapy students do a clinical practice there. First, they went to the internal medicine ward to observe the Cardio-pulmonary Physical Therapist work, and then they went to the rehabilitation ward. Germany has more modern technology than Thailand so Physical Therapists in Germany use a lot of devices and new technology to improve the quality of a patient's life. But in Thailand, most  treatment is done manually.

           On the last day in KhonKaen, Mr. Ralf Kraft and Mr. Cornelious Bottcher went to a lecture with 2nd year Physical Therapy students for electrotherapy, 3rd year Physical Therapy students for Aging  and 4th year Physical Therapy student for a presentation about PT in community. And then they went to the PT research room and The Back, Neck and Other Joint Pains Research group room. Master and Ph.D PT students there presented some innovation which was developed by PT KKU researcher and let them try it.


           In conclusion, for this visit, we learned a lot about the differences and similarities between Physical therapy in Thailand and Germany. We shared a lot of experience and exchanged the activities among PTSUT, APTSA and ENAPT. The most important thing was that we hope to help develop better Physical Therapy by moving forward together.


Observing the Cardio-pulmonary Physical Therapist at work at Srinagarind Hospital




studying the patient history with 3rd year PT student 


 

sharing the experience about PT in Pediatrics for PT students KKU


 ^_________________________________^


วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความรู้สึกที่มีต่อคุณครูที่รัก



               เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านนอกสมัยอยู่ ชั้น ป.6 มีคุณครูประจำชั้น คือ คุณครูพรนภา แซ่อึ้ง คุณครูมักจะสอนเสมอว่า ให้เป็นคนดีของพ่อแม่และสังคม มีความซื่อสัตย์ ใช้ความขยันหมั่นเพียรและความอดทนในการร่ำเรียนหนังสือ สิ่งเหล่านี้ได้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กและนำมาใช้ติดตัวตลอดการเรียนจนเรียนจบในระดับปริญญา คำสอนของคุณครูในสมัยนั้นเป็นส่วนหนึ่งสำคัญที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จไม่ว่าด้านการเรียนหรือด้านกิจกรรม ด้านการเรียน ผมเรียนจบทางด้านกายภาพบำบัดบัณฑิต ซึ่งพร้อมที่จะออกไปรับใช้สังคมตามคำสอนของคุณครู ทุกครั้งที่มีปัญหาด้านการเรียนไม่ว่าจะเรียนชั้นไหนหรือปีไหน คุณครูจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับผมอยู่เสมอ คุณครูจะคอยให้กำลังใจและถามไถ่สาระทุกข์สุขดิบอยู่เป็นนิจ ด้านกิจกรรม คุณครูเป็นตัวอย่างให้กับผมในเรื่องของความเป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ได้เห็นคุณครูวันนั้นส่งผลให้ผมกล้าที่จะก้าวขึ้นเป็นนายกสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย ปี 2553 และกล้าที่จะนำพานิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดของประเทศไทยเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดในระดับเอเชียเป็นปีแรก คุณครูจะสอนเสมอว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ดีให้ทำให้เต็มที่
                ครั้นหวนนึกถึงเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งตัวป๋อมแป๋มมอมแมม ก็คงไม่มีใครคิดว่าในปัจจุบันจะกล้าคิดกล้าทำและทำได้ประสบผลสำเร็จถึงเพียงนี้ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูเบื้องหลังจริงๆแล้วจะพบว่า ความสำเร็จที่ได้มาเพราะมีคุณครูที่รักยิ่งเป็นแบบอย่างให้ได้เจริญรอยตามจนสำเร็จผลนั่นเอง



กภ.กิจชนะ   แก้วแก่น
นักศึกษากายภาพบำบัดระดับปริญญาโท
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
21 สิงหาคม 2554

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิจัย สนกท. : การศึกษาความพึงพอใจของนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดต่อการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย

นศก.กิจชนะ   แก้วแก่น
นักศึกษากายภาพบำบัดชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
และนายกสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย ปี 2553
ultranawin@hotmail.com

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดต่อการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย

ผู้เข้าร่วมการวิจัย : นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดทั้ง 15 สถาบัน

วิธีการวิจัย : นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดชั้นปีที่ 1 2 และ 3 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 362 คน จะได้รับการสอบถามความคิดเห็นโดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การบริหารงานของสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย ปี 2553 ที่จัดทำขึ้น มีประธาน สนกท.ประจำสถาบันแต่ละสถาบันรับผิดชอบเก็บแบบสอบถามในสถาบันตนเองเพื่อนำกรอกข้อมูลในโปรแกรมที่กำหนด แล้วส่งกลับมาให้ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ผล : ตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติพรรณนาใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) ตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย โดยใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) และทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างระดับความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารงานในแต่ละด้านจำแนกตาม ได้แก่ ชั้นปีที่กำลังศึกษา และการเข้าร่วมงานกายภาพบำบัดสัมพันธ์ โดยใช้สถิติไควสแควร์ ตอนที่ 3 วิเคราะห์ข้อมูลข้อเสนอแนะจากคำถามปลายเปิดโดยการจัดทำหมวดหมู่ข้อมูล (Categorizations) และนับจำนวน (Counting) ของคำตอบในแต่ละหมวดหมู่

ผลการศึกษา : ความพึงพอใจของนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดต่อการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทยด้านต่างๆ ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และพบว่าความพึงพอใจในด้านต่างๆของการบริหารงานที่มีความสัมพันธ์กับการจำแนกตามการเข้าร่วมงานกายภาพบำบัดสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) คือ ด้านการพัฒนาการสื่อสารระหว่างสมาชิก ด้านการสร้างความสัมพันธ์สมาชิกระหว่างสถาบัน ด้านการส่งเสริมความร่วมมือจากสมาชิกในการพัฒนา สนกท. ด้านการพัฒนาเครือข่าย สนกท.ประจำสถาบัน ด้านการส่งเสริมความร่วมมือในการทำงานกับนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดนานาชาติ และด้านการส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกับนิสิตนักศึกษาสาขาอื่น

คำสำคัญ : สหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย การบริหารงาน ความพึงพอใจ

แหล่งทุน : สหพันธ์นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย


นายกิจชนะ นายกหพันธ์ฯ ปี 2553 ได้เข้าร่วม oral presentation งานวิจัยของ สนกท. ในงานการประชุมวิชาการกายภาพบำบัดแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชัน

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทัศนคติหลังฝึกงานคลินิกทางกายภาพบำบัด 3

 ทัศนคติหลังฝึกงานคลินิกทางกายภาพบำบัด 3



               การฝึกงาน คือ การเตรียมความพร้อมและการเตรียมตัวสำหรับการก้าวย่างเข้าไปสู่ชีวิตของการทำงานที่แท้จริง คำว่า "เหนื่อย" จึงเป็นเรื่องที่ common มากที่ได้พบเจอ แต่ทว่า คำๆเดียวนี้ได้สอนให้ตัวผมเองรู้จักคุณค่าของกาลเวลา เปรียบเสมือนสายธาราน้ำที่ไหลผ่านมาและไหลผ่านไป จึงต้องมีการจัดการกับชีวิตให้มีระบบและระเบียบซึ่งเป็นวินัยของตนเองสำหรับการเตรียมพร้อมไปสู่วันใหม่ๆต่อไป ทั้งนี้จะได้เพลากับความเหนื่อยของแต่ละวันโดยที่ไม่ต้องได้มาโทษคนเองในภายหลังว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก
               จากการฝึกงานที่ผ่านมาทำให้ได้รู้ซึ้งในรสชาดของวิชาชีพกายภาพบำบัดมากมาย เพราะเป็นวิชาชีพที่ต้องได้เข้าใกล้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมากในการให้การรักษา
               รสชม : เปรียบได้กับช่วงแรกของการเข้าหาผู้ป่วย ที่ต้องทำหน้าพะอืดพะอมกล้าๆกลัวๆที่จะเดินเข้าไปให้การรักษา
               รสเปรี้ยว : คือความท้าทายในการวินิจฉัยโรคและวิเคราะห์วางแผนการรักษา ซึ่งยังรวมไปถึงกลเม็ดที่ต้องคิดออกมาในการที่จะทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการรักษา
               รสเค็ม : คืดความเหนื่อยยากที่ต้องใช้พลังกายของตนเองมาช่วยรักษาผู้ป่วยจนหยาดเหงื่อไหลรินหลั่งออกมายิ่งกว่าสายฝน
               รสหวาน : คือความชุ่มฉ่ำชื่นใจและปลาบปลื้มปิติ เมื่อได้เห็นผู้ป่วยหายจากโรคและความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับด้วยหนึ่งสมองกับสองมือที่พ่อแม่มอบให้ผมมา จึงได้อธิษฐานไว้ว่า ผลบุญที่เกิดจากการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคทุกราย ขอยกให้กับเจ้ากรรมนายเวรของพ่อแม่ผม จักได้เป็นอานิสงค์ให้พ่อแม่ผมมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับผมและน้องไปนานๆ
               อย่างไรก็ตาม การเดินทางบนเส้นทางกายภาพบำบัดยังมีสิ่งที่ให้ผมได้ผจญภัยและเก็บเกี่ยวไขว่คว้าประสบการณ์ที่ลอยเหนืออยู่เบื้องหน้า เพื่อที่สักวันเมื่อปีกแห่งความรู้ของผมแข็งแกร่งแล้ว จะได้บินโผโลดแล่นไปสู้โลกของการทำงานที่แท้จริงด้วยความสง่างามและความภาคภูมิใจว่านี่แหละครับ คือ ทายาทวิชาชีพกายภาพบำบัด



21 กุมภาพันธ์ 2553

ทัศนคติก่อนฝึกงานคลินิกทางกายภาพบำบัด 3

               มีคนกล่าวว่า "...วิชาชีพแพทย์นั้นทำงานเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของมนุษย์ วิชาชีพกายภาพบำบัดไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของเขา แต่เราทำงานเกี่ยวกับคุณภาพของชีวิตคน โรคบางอย่างหมออาจช่วยให้คนไข้รอดตายได้ แต่คุณภาพชีวิตหลังจากนั้นอยู่ในกำมือเรา ถ้าเราทำงานพลาดนั่นหมายถึงคนไข้จะต้องทนทุกข์ทรมานกับความผิดแกตินั้นไป..." จากข้อความดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของวิชาชีพกายภาพบำบัดต่อชีวิตของคน นับเป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีบทบาทเด่นในเรื่องของการพัฒนาชีวิตคนไข้ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่ห้อง ICU จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลไปอยู่บ้าน กายภาพบำบัดก็สามารถกระทำได้โดยบุคคลที่อยู่รายรอบตัวของคนไข้ ซึ่งผลจะยังให้คนไข้หายป่วยได้ไวขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น วิชาชีพกายภาพบำบัดได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนไข้ทั่วไประดับรากหญ้าจนกระทั่งถึงการรับใช้ระดับพระมหากษัตริย์ เป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์เพื่อจัดสรรการรักษาที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนไข้ เป็นวิชาชีพที่ต้องรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตนเพื่อให้ได้ใจคนไข้อันจะเป็นประโยชน์ในกระบวนการรักษา เป็นวิชาชีพที่ละเอียดอ่อนละเมียดละไมในกระบวนการรักษา ให้มีตาได้แม้กระทั่งปลายนิ้วมือที่สัมผัสตัวคนไข้แล้วเห็นทะลุทะลวงถึงกระดูก เป็นวิชาชีพที่ต้องฝึกเป็นนักแสดงระดับโลกที่ต้องแปลงร่างได้ทันทีเป็นเทวดาหรือนางฟ้าเมื่อเจอกับเด็ก
               การฝึกงานครั้งนี้คงได้รู้กันว่าจะดุเดือดเผ็ดมันแค่ไหนที่จะงัดความรู้ตามลืบของสมองออกมาใช้กับคนไข้ของจริง....